ชัยฏอน

ชะยาฏีน (شياطين; ปีศาจ หรือ มาร) เอกพจน์: ชัยฏอน (شَيْطٰان) เป็นวิญญาณอันชั่วร้ายในความเชื่อศาสนาอิสลาม ซึ่งทำให้มนุษย์ทำบาปโดยการกระซิบที่หัวใจ (قَلْب ก็อลบ์) ผ่านทาง วัสวะซะฮ์ (وَسْوَسَة, “การกระซิบ”) มันทำให้มนุษย์หลงผิดอยู่เสมอ ถึงแม้ว่ามารร้ายมักถูกกล่าวในแบบนามธรรม และกล่าวในทางชั่วร้ายเท่านั้น พวกมันถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาน่าเกลียดและพิลึกแห่งไฟนรก คำว่า ชัยฏอน (อาหรับ: شَيْطَان‎) มาจากภาษาฮีบรูว่า שָׂטָן (Śāṭān) “โจทก์, ปฏิปักษ์” (ในอ้างอิงภาษาอังกฤษคือ ซาตาน) อย่างไรก็ตาม ตามศัพทมูลวิทยาภาษาอาหรับ คำนี้มีรากจาก š-ṭ-n (“ไกล, หลงผิด”) ซึ่งมีความหมายแฝงทางศาสนศาสตร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างไปจากความเมตต ในอาระเบียก่อนการมาของอิสลาม คำนี้กล่าวถึงวิญญาณอันชั่วร้าย แต่จะใช้โดยกวีที่ติดต่อสื่อสารกับชาวยิวและคริสต์ ด้วยการมาของศาสนาอิสลาม ความหมายของ ชะยาฏีน เริ่มใกล้เคียงกับคุณลักษณะของปีศาจในศาสนาคริสต์ คำว่า ชะยาฏีน ปรากฎในแบบเดียวกับในหนังสือของเอโนค ถ้าตามหลักฐานของอิสลาม “ชัยฏอน” อาจถูกแปลเป็น “ปิศาจ” หรือ “มาร” ในบรรดาผู้เขียนมุสลิม คำนี้ใช้ได้กับเอกลักษณ์เหนือธรรมชาติอันชั่วร้ายของญินชั่ว, เทวดาตกสวรรค์ หรือ ฏอฆูต โดยทั่วไป ในมุมมองที่กว้างขึ้น คำนี้ถูกใช้กับทุกสิ่งในมุมมองของภววิทยาที่มีการแสดง ความชั่วร้าย

jumbo jili

แม้ว่านักบุญเปาโลจะเคยเดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐที่เมืองเอเฟซัส และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดยืนยันได้ว่า นักบุญเปาโลเคยไปยังเมือง โคโลสี ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับเมืองเอเฟซัสมาก่อน และก็น่าจะเชื่อได้ว่า นักบุญเปาโลไม่เคยเดินทางไปยังเมืองนี้จริง ๆ ดังที่ปรากฏข้อความในจดหมายฉบับนี้ว่า “เพราะข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านรู้ว่าข้าพเจ้าสู้อุตส่าห์มากเพียงไรเพื่อท่าน เพื่อชาวเมืองเลาดีเซีย และเพื่อคนทั้งปวงที่ยังไม่เห็นหน้าของข้าพเจ้า” แม้ว่าจะไม่เคยไป แต่นักบุญเปาโลก็รู้จักบางคนที่นั่น เช่น อารคิปปัส และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอปาฟรัส ชาวโคโลสีผู้ซึ่งได้เดินทางมายังเมืองเอเฟซัส ได้ยินข่าวประเสริฐจากนักบุญเปาโล จนกลับใจเป็นคริสเตียน แล้วเดินทางกลับไปประกาศข่าวประเสริฐยังเมือง โคโลสี ของตน

สล็อต


หลังจากข่าวประเสริฐถูกประกาศไปในเมือง โคโลสี ก็เริ่มมีคริสเตียนเกิดขึ้น จนมีการตั้งคริสตจักร แต่ในเวลาไม่นาน ผู้ที่ไม่เชื่อได้เริ่มต่อต้าน และผู้เชื่อใหม่บางคนก็กลับไปประพฤติตามโลกียวิสัยเดิม เอปาฟรัสจึงเดินทางมาหานักบุญเปาโลซึ่งกำลังติดคุกอยู่ที่กรุงโรม เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังและเป็นที่มาของการเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้น ในบรรดาจดหมายที่นักบุญเปาโลได้เขียนไปถึงคริสตจักรในเมืองต่าง ๆ นั้น โคโลสี นับว่าเป็นจดหมายที่แปลกมาก เพราะในขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้ นักบุญเปาโลทราบแต่เพียงว่า จะส่งไปให้บรรดาคริสเตียนในเมือง โคโลสี อ่าน แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นใครบ้าง เนื่องจากไม่เคยพบกันมาก่อน ด้วยเหตุนี้นักบุญเปาโลจึงเลือกใช้ข้อความที่เป็นทางการ แตกต่างไปจากจดหมายฉบับอื่น ๆ ที่แสดงความรู้สึกส่วนตัวบ้าง

สล็อตออนไลน์


เนื้อหาหลักที่อยู่ในพระธรรมเล่มนี้คือ “ความสมบูรณ์ของพระคริสต์” นักบุญเปาโลต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจว่า ในพระเยซู ทุกอย่างสมบูรณ์แบบและเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปรัชญาหรือคำสอนของมนุษย์อื่นใดอีก ดังที่เขียนไว้ว่า “เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์” จุดประสงค์หลักในพระธรรมเล่มนี้ที่นักบุญเปาโลต้องการจะสื่อถึงผู้อ่าน มีอยู่ 2 ประการ หนึ่งคือ ต้องการให้ผู้อ่านมั่นคงอยู่ในความเชื่อตามหลักของพระเยซู อย่าถูกล่อลวงไปตามคำสอนของมนุษย์ เช่น “จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และด้วยคำล่อลวงอันเหลวไหลตามตำนานของมนุษย์ ตามวิญญาณต่าง ๆ แห่งสากลจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์” หรือกลับไปประพฤติตามวิถีชีวิตเดิมตามทางโลก เช่น “ถ้าท่านตายกับพระคริสต์พ้นจากวิญญาณต่าง ๆ แห่งสากลจักรวาลแล้ว เหตุไฉนท่านจึงมีชีวิตอยู่เหมือนกับว่าท่านยังอยู่ฝ่ายโลก ยอมอยู่ใต้บัญญัติต่าง ๆ อันเป็นหลักธรรมและคำสอนของมนุษย์” เป็นต้น
ประการที่สองคือ ต้องการให้ผู้อ่านทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นคริสเตียนที่ดี ทิ้งการประพฤติตามโลกียวิสัยเดิม ในส่วนนี้ นักบุญเปาโลได้เขียนไว้ละเอียด แต่สามารถสรุปได้ว่า “เพราะว่าท่านได้ปลดวิสัยมนุษย์เก่ากับการปฏิบัติของมนุษย์นั้นเสียแล้ว และได้สวมวิสัยมนุษย์ใหม่ ที่กำลังทรงสร้างขึ้นใหม่ตามพระฉายของพระองค์ผู้ทรงสร้าง ให้รู้จักพระเจ้า”

jumboslot


นักบุญเปาโลอัครทูต หรือนักบุญเปาโลแห่งทาร์ซัส เป็น “อัครทูตถึงชนต่างชาติ” พร้อมกับนักบุญเปโตรและนักบุญยากอบผู้ชอบธรรม เป็นมิชชันนารีที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์ยุคแรก แต่ไม่เคยพบพระเยซูดังเช่นอัครทูตท่านอื่น ๆ ไม่มีหลักฐานใดที่กล่าวว่านักบุญเปาโลเคยพบพระองค์ด้วยตนเองก่อนที่จะถูกตรึงกางเขน ตามที่กล่าวใน “กิจการของอัครทูต” นักบุญเปาโลมานับถือศาสนาคริสต์ระหว่างที่เดินทางไป ดามัสกัส จากการที่ได้เห็นพระเยซูผู้ฟื้นคืนพระชนม์ นักบุญเปาโลกล่าวว่าท่านมิได้รับพระวจนะจากมนุษย์แต่ได้รับจากพระเยซูโดยตรง กล่าวกันว่าพันธสัญญาใหม่สิบสี่บทหรือที่เรียกว่าจดหมายของนักบุญเปาโล เขียนโดยท่านเอง แต่ใครเป็นผู้เขียนจริงก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นักบุญเปาโลมักจะบอกให้ช่างเขียน (amanuensis) เขียน นาน ๆ จึงเขียนด้วยตนเอง การรับรองว่าข้อเขียนเป็นของแท้ ผู้เขียนจดหมาย มักจะใช้ย่อหน้าที่แสดงให้เห็นว่าเป็นลายมือของนักบุญเปาโลเอง จดหมายเหล่านี้ใช้เผยแพร่ในชุมชนผู้นับถือคริสต์ศาสนา จดหมายของนักบุญเปาโลเป็นเอกสารที่สำคัญในพันธสัญญาใหม่ และในที่สุดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายศาสนจักร จดหมายของนักบุญเปาโลเชื่อกันว่าเป็นเอกสารฉบับแรกที่สุดของพันธสัญญาใหม่

slot